Loading

โครงอบรมเชิงปฏิบัติการ ” การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) และการประเมินผลกระทบทางสังคม (SIA) สำหรับคณาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปึงบประมาณ พ.ศ. 2569 ” 
ได้รับเกียรติจากท่านรองศาสตราจารย์ ดร.ฉลอง พันธ์จันทร์  วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  วันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมนุษย์สังคมวัฒนา  เวลา 08.30 – 16.30 น.  ชั้น ๒ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

 

การเข้าอบรมเรื่อง SROI (Social Return on Investment) และ SIA (Social Impact Assessment) ถือเป็น “อาวุธทางปัญญา” ที่สำคัญมากสำหรับคณาจารย์ในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในบริบทของ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่มีพันธกิจหลักในการเป็น “สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น”

นี่คือสรุปประโยชน์ที่คุณจะได้รับ แบ่งออกเป็น 3 มิติหลักครับ:


1. ยกระดับการบริหารจัดการโครงการ (Strategic Management)

การอบรมนี้จะเปลี่ยนวิธีคิดจากการทำงานเชิง “กิจกรรม” (Activity-based) ไปสู่การทำงานเชิง “ผลลัพธ์” (Outcome-based):

  • การวางแผนที่แม่นยำ: SIA ช่วยให้คณาจารย์วิเคราะห์ได้ล่วงหน้าว่าโครงการที่จะลงไปทำในชุมชนจะสร้างผลกระทบทางบวกหรือลบอย่างไร ทำให้ลดความเสี่ยงและออกแบบกิจกรรมได้ตรงจุดเป้าหมาย

  • การพิสูจน์ความคุ้มค่า: SROI ช่วยเปลี่ยน “คุณค่าทางสังคม” (ซึ่งมักจะจับต้องยาก) ให้กลายเป็น “มูลค่าทางการเงิน” เช่น การบอกได้ว่า ลงทุนไป 1 บาท สร้างผลประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนได้ 5 บาท เป็นต้น

  • การคัดเลือกโครงการ: ช่วยให้มหาวิทยาลัยตัดสินใจได้ว่าโครงการไหนควรไปต่อ หรือโครงการไหนควรปรับปรุงเพื่อให้เกิด Impact สูงสุดภายใต้งบประมาณที่จำกัด

2. สร้างความเชื่อมั่นและโอกาสเชิงงบประมาณ (Accountability & Funding)

ในยุคที่งบประมาณแผ่นดินต้องตรวจสอบได้ทุกบาททุกสตางค์ เครื่องมือเหล่านี้คือ “หลักฐานชั้นดี”:

  • ตอบโจทย์แหล่งทุน: ปัจจุบันหน่วยงานให้ทุนวิจัยและงบประมาณยุทธศาสตร์ (เช่น บพท., สอวช.) มักกำหนดให้มีการประเมิน SROI/SIA เป็นเงื่อนไขสำคัญ

  • ความโปร่งใสต่อสาธารณะ: คณาจารย์สามารถรายงานผลการดำเนินงานต่อประชาคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่รายงานสรุปจำนวนคนเข้าร่วมอบรม แต่เป็น “ชีวิตของคนในชุมชนที่เปลี่ยนไป”

  • การสร้าง Storytelling ที่มีพลัง: ข้อมูลจาก SROI ช่วยให้การเขียนรายงานหรือนำเสนอผลงานดูเป็นมืออาชีพและมีน้ำหนักมากขึ้น


3. การพัฒนาศักยภาพคณาจารย์และชื่อเสียงสถาบัน (Capacity Building)

  • ทักษะการวิจัยแนวใหม่: คณาจารย์จะได้เรียนรู้ระเบียบวิธีวิจัยที่ผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ (Mixed Methods) เพื่อประเมินมูลค่าทางสังคม

  • การทำงานร่วมกับชุมชน: กระบวนการของ SIA/SROI บังคับให้เราต้องฟังเสียงของคนในท้องถิ่นจริงๆ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วม (Participation) ที่ลึกซึ้งขึ้น

  • ตอบโจทย์ Ranking/KPI: ช่วยเพิ่มตัวชี้วัดความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในด้านการบริการวิชาการและการพัฒนาท้องถิ่นที่จับต้องได้จริง


สรุปเปรียบเทียบความแตกต่าง (Quick Glance)

หัวข้อการประเมิน SIA (Social Impact Assessment) SROI (Social Return on Investment)
เน้นที่ การคาดการณ์และประเมินผลกระทบ การวัดมูลค่าความคุ้มค่าเทียบกับเงินลงทุน
ช่วงเวลา ทำได้ทั้งก่อน เริ่ม และหลังจบโครงการ มักทำหลังจบโครงการ หรือประเมินล่วงหน้า
ผลลัพธ์หลัก แผนการจัดการผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง